วันศุกร์ที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2552

ตลาดมือถือส่อแววรุ่งอีกรอบ เชื่อปีหน้าสินค้าล้นตลาดส่งราคาร่วง

       นักวิเคราะห์ผสานเสียง ตลาดโทรศัพท์มือถือทั่วโลกมีแนวโน้มฟื้นตัวอีกครั้งช่วงปลายปีนี้ หลังจากยอดตกต่อเนื่องมาตลอด 4 ไตรมาสติดกัน เชื่อเดือนตุลาคมถึงธันวาคมปีนี้ได้เห็นศึกสงครามราคาดุเดือดยิ่งขึ้น
      
       แม้ จะส่อแววดีในไตรมาสปัจจุบัน แต่ในแง่ภาพรวมทั้งปีนั้นเชื่อว่าปี 2009 ยังมีมูลค่าตลาดที่ลดลงเช่นเดิม โดยผู้ผลิตโทรศัพท์มือถือรายใหญ่อย่างโนเกียนั้นเคยคาดการณ์ว่า มูลค่าตลาดโทรศัพท์มือถือทั่วโลกตลอดปี 2009 นั้นจะตกต่ำลง 7% เทียบกับที่ทำได้ในปี 2008
      
       นีล มาวสตัน นักวิเคราะห์จากบริษัทวิจัย Strategy Analytics คาดการณ์ว่ายอดขายตลาดโทรศัพท์มือถือในไตรมาสปลายปีนี้จะขยับตัวเพิ่มขึ้น 3% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน อย่างไรก็ตาม มาวสตันเชื่อว่าจะเกิดปรากฏการณ์"สินค้าล้นตลาด"ในอุตสาหกรรมโทรศัพท์มือถือ จนทำให้เกิดการหั่นราคาครั้งใหญ่ในปี 2010
      
       สำหรับ ไตรมาส 3 Strategy Analytics ประเมินว่ามีโทรศัพท์มือถือกว่า 291 ล้านเครื่องที่ถูกจำหน่ายตลอดเดือนกรกฎาคมถึงกันยายนที่ผ่านมา ลดลง 4% จากปีที่แล้ว
      
       ตัวเลขประเมินของ Strategy Analytics นั้นสูงกว่าบริษัทวิจัย IDC ที่ระบุว่า ตลาดโทรศัพท์มือถือไตรมาส 3 นั้นหดตัวลงราว 6% เหลือ 287 ล้านเครื่อง
      
       ไอดีซีระบุว่า การสังเกตตลาดโทรศัพท์มือถือตลอดไตรมาส 3 พบความพยายามในการโหมทำตลาดรุ่นที่เก่ากว่าในราคาที่ถูกลง ทั้งค่ายเล็กใหญ่ที่พร้อมใจกันลดราคาลงเฉลี่ย 5% สิ่งนี้ไอดีซีเชื่อว่าจะเป็นตัวผลักดันความต้องการและยอดขายในตลาดโทรศัพท์ มือถือในไตรมาสนี้ให้สูงขึ้นกว่าเดิม
      
       ในแง่สัดส่วนตลาด ค่ายมือถืออันดับ 2 และ 3 อย่างซัมซุงและแอลจีนั้นสามารถครองส่วนแบ่งตลาดได้เพิ่มขึ้นในไตรมาสที่ผ่าน มา โดยมีสัดส่วนยอดขายเพิ่มขึ้น 16% และ 37% ตามลำดับ ส่งให้ค่ายเกาหลีทั้งสองสามารถครองส่วนแบ่งตลาดโลกในระดับสูงที่สุดเป็น ประวัติการณ์
      
       เบ็ด เสร็จแล้วซัมซุงสามารถครองส่วนแบ่ง 20.7% แม้จะยังห่างพี่ใหญ่อย่างโนเกียที่มีอยู่ 37% อยู่โข แต่มาวสตันเชื่อว่านี่มีนัยสำคัญแฝงอยู่ เนื่องจากนี่คือไตรมาสแรกที่ผู้ผลิตรายอื่นที่ไม่ใช่โนเกีย สามารถครองส่วนแบ่งตลาดโลกได้เกิน 20% หลังจากที่โมโตโรลาเคยทำได้เมื่อปี 2006
      
       อันดับที่เหลือในตลาดหนีไม่พ้นโมโตโรลาและโซนี่อีริกสัน ในส่วนของโซนี่ฯนั้นถือว่ามีส่วนแบ่งตลาดลดลงต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่ 7 แล้ว โดยรายงานไม่เปิดเผยส่วนแบ่งตลาดของทั้งโมโตโรลาและโซนี่ฯ ระบุเพียงว่าไอโฟนนั้นสามารถครองส่วนแบ่งสูงที่สุดเป็นประวัติการณ์ด้วยตัว เลข 2.5% ซึ่งเป็นผลจากการปรับลดราคาลง

ข่าวสั้น : จ่ายเงินด้วย"วลี"ผสม"รหัส", ฉลอง 40 ปีอินเทอร์เน็ต, เฟสบุ๊กรับ711ล้านชนะคดี

**ระบบจ่ายเงินอเมซอนใหม่ ดึง"วลี"ผสม"รหัส"
      
       อเมซอนดอทคอม (Amazon.com) ยักษ์ใหญ่เว็บไซต์ค้าปลีกเอาใจชาวช้อปปิ้งออนไลน์ให้สามารถจ่ายเงินด้วยบัตร เครดิตได้ง่ายและเร็วขึ้น โดยเปิดให้ผู้ใช้ผูก"ถ้อยคำวลี"เข้ากับรหัสส่วนตัว เพื่อให้ผู้ใช้กรอกเมื่อต้องการจ่ายเงินแทนที่จะต้องเสียเวลาป้อนชื่อ ที่อยู่ที่ต้องการให้จัดส่ง และหมายเลขบัตรเครดิตทุกครั้งที่จับจ่ายออนไลน์อย่างเคย
      
       บริการจ่ายเงินระบบใหม่ของอเมซอนมีชื่อว่า Amazon PayPhrase ผู้ที่มีสิทธิ์ใช้ระบบจ่ายเงินนี้จะต้องเป็นสมาชิกที่เก็บข้อมูลเครดิตการ์ด และที่อยู่เพื่อส่งของกับอเมซอนแล้ว โดยผู้ใช้สามารถตั้งรหัสส่วนตัวเป็นคำวลีสั้นๆร่วมกับชุดตัวเลขหรือ PIN ส่วนตัวเพื่อใช้สำหรับดึงข้อมูลเหล่านี้ เมื่อต้องการซื้อสินค้าออนไลน์ ผู้ใช้สามารถกรอกคำวลีและรหัส PIN เหล่านี้แทนหมายเลขบัตรเครดิต โดยไม่ต้องเลือกที่อยู่ส่งของอีก
      
       อเม ซอนการันตีว่า ระบบจ่ายเงินใหม่นี้มีความยืดหยุ่นมาก เนื่องจากผู้ใช้สามารถตั้งวลีและรหัส PIN หลายชุดแต่ใช้หมายเลขบัตรเครดิตเดียวกันได้ เป็นประโยชน์ต่อพ่อแม่ผู้ปกครองที่ต้องการซื้อสินค้าออนไลน์ให้กับบุตรหลาน ที่อยู่ต่างที่กัน นอกจากจะทำให้ผู้บริโภคสามารถจับจ่ายออนไลน์ได้สะดวกยิ่งขึ้น อเมซอนยังเชื่อว่าจะทวีความปลอดภัยยิ่งขึ้นด้วย โดยอเมซอนระบุว่ามีแผนจะนำระบบชำระเงินใหม่นี้ไปใช้กับเว็บไซต์จำหน่ายสิน ค้าออนไลน์พันธมิตรแห่งอื่นด้วย

คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น
ศาสตรา จาร์ยลีโอนาร์ด ไคลน์ร็อค แห่งภาควิชาวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์จากยูซีแอลเอเป็นผู้นำทีมในการเฉลิมฉลอง 40 ปีอินเทอร์เน็ต กับเครื่อง "Interface Message Processor"
**ชาวโลกร่วมฉลอง 40 ปีอินเทอร์เน็ต
      
       มหาวิทยาลัยแห่งแคลิฟอร์เนีย ลอสแองเจลิส หรือยูซีแอลเอ (UCLA) นำทีมชาวโลกร่วมเฉลิมฉลองโอกาส 40 ปีจุดกำเนิดอินเทอร์เน็ตโลกเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 29 ตุลาคมตามเวลาในสหรัฐฯ หัวหน้าทีมพัฒนายอมรับว่าไม่เคยจินตนาการถึงทวิตเตอร์ เฟสบุ๊ก หรือยูทูบเลยในครั้งที่สามารถให้กำเนิดเครือข่ายพื้นฐาน ที่นำไปสู่ต้นกำเนิดอินเทอร์เน็ตได้สำเร็จ
      
       ศาสตราจาร์ยลีโอนาร์ด ไคลน์ร็อค แห่งภาควิชาวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์จากยูซีแอลเอเป็นผู้นำทีมในการเฉลิมฉลอง ครั้งนี้ โดยศาสตรจารย์ไคลน์ร็อคมีดีกรีเป็นผู้นำทีมวิจัยที่สามารถทำให้คอมพิวเตอร์ "ออนไลน์"หรือเชื่อมต่อกันแม้จะอยู่ห่างไกลกันได้สำเร็จเป็นครั้งแรกเมื่อ วันที่ 29 ตุลาคม ปี 1969 ความสำเร็จที่เกิดขึ้นคือคอมพิวเตอร์ซึ่งยูซีแอลเอเรียกว่า "Interface Message Processor" สามารถส่งตัวอักษร "LO" ไปยังคอมพิวเตอร์ในสถาบันวิจัยของมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ดผ่านทางสายโทรศัพท์ ทั้งที่ 2 สถานที่มีระยะห่างกันมากกว่า 300 ไมล์
      
       อักษร LO นั้นมาจากคำว่า LOGIN ซึ่งแม้การออนไลน์จะหลุดไปจนทำให้การส่งข้อความทั้งคำไม่สำเร็จ แต่ก็ถือได้ว่านี่คือครั้งแรกของการส่งข้อความระหว่างเครื่องคอมพิวเตอร์ ผ่านสายโทรศัพท์ ซึ่งถูกพัฒนาจนกลายเป็นอาร์ปาเน็ต (Arpanet : Advanced Research Projects Agency Network) โดยนักวิทยาศาสตร์ในสังกัดกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ก่อนจะเกิดเป็น World Wide Web ซึ่งนักวิทยาศาสตร์ชาวอังกฤษนามทิม เบอร์เนอร์ส-ลี สามารถทำให้เว็บไซต์ถูกเปิดผ่านโปรแกรมเว็บเบราว์เซอร์ได้ในที่สุด

คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น
สัญลักษณ์เฟสบุ๊ก
**เฟสบุ๊กรับทรัพย์711ล้านค่าเสียหายข้อความสแปม
      
       เฟสบุ๊กแถลงชนะคดีต่อต้านการส่งข้อความขยะกับนักการตลาดออนไลน์ชื่อ ดังนามแซนฟอร์ด วอลเลซ (Sanford Wallace) ระบุศาลแคลิฟอร์เนียตัดสินให้บริษัทโฆษณาจ่ายเงินให้เฟสบุ๊กจำนวน 711 ล้านเหรียญสหรัฐเป็นค่าเสียหายฐานเข้าถึงหน้าสมาชิกผู้ใช้เฟสบุ๊กโดยไม่ได้ รับอนุญาต รวมถึงการแอบอ้างส่งข้อความและโพสต์ข้อความปลอม
      
       นี่ ไม่ใช่ครั้งแรกที่ศาลสหรัฐฯสั่งลงโทษวอลเลซและให้ความคุ้มครองเว็บไซต์เครือ ข่ายสังคม ฐานละเมิดสิทธิคนออนไลน์ด้วยการก่อความเดือดร้อนรำคาญเพราะการส่งข้อความไม่ พึงประสงค์ เมื่อเดือนพฤษภาคมปี 2008 เครือข่ายสังคมอย่างมายสเปส (MySpace) ก็ชนะคดีได้รับค่าเสียหายมูลค่ากว่า 230 ล้านเหรียญจาก Wallace และเพื่อนนาม Walter Rines ตัดสินโดยศาลลอสแองเจลิส หลังจากที่ปี 2006 วอลเลซถูกปรับ 4 ล้านเหรียญเพราะคดีส่งสปายแวร์หรือโปรแกรมสอดแนมไปรบกวนผู้ใช้อินเทอร์เน็ต
      
       โทษ ปรับ 711 ล้านเหรียญนี้ถือเป็นคดีความมูลค่าสูงเป็นอันดับ 2 รองจากเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2008 เฟสบุ๊กสามารถชนะคดีและได่รับค่าเสียหายจากนักการตลาดออนไลน์นาม Adam Guerbuez และบริษัท Atlantis Blue Capital ของเขาเป็นมูลค่า 873 เหรียญสหรัฐ ซึ่งส่งข้อความสแปมที่เกี่ยวข้องกับเรื่องเพศไปรบกวนสมาชิกเฟสบุ๊ก

วันพฤหัสบดีที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

เอเซอร์ นำร่องผลิตภัณฑ์ในกลุ่ม “แอสไปร์ อีซี่ สโตร์”

ส่งฮาร์ดไดร์ฟขนาดพกพา เจาะตลาดอุปกรณ์เสริม

บริษัท เอเซอร์ คอมพิวเตอร์ จำกัด เปิดตลาดอุปกรณ์เสริม (Accessories) ในกลุ่มผลิตภัณฑ์ใหม่ภายใต้ชื่อ “แอสไปร์ อีซี่ สโตร์ – Aspire easyStore) โดยการนำร่อง เปิดตัวฮาร์ดไดร์ฟขนาดพกพา (External HDD) ซึ่งเป็นตัวแรกของสายการผลิต มีให้เลือก 2 รุ่น ได้แก่ แอสไปร์ อีซี่ สโตร์ P110 และ D110 เหมาะกับผู้ที่ต้องการอุปกรณ์เสริมที่มีคุณภาพและเทคโนโลยีล้ำสมัยในราคาที่ คุ้มค่า โดยแอสไปร์ อีซี่ สโตร์ P110 มีขนาด 2.5” พกพาได้อย่างง่ายดาย ด้วยขนาดเล็ก บาง แต่แข็งแรงด้วยวัสดุที่ทำมาจาก อลูมินั่ม สามารถเชื่อมต่อกับ USB 2.0 เข้ากับตัวโน้ตบุ๊กหรือเดสก์ท๊อปได้โดยไม่ต้องต่อ
ผ่านอแดบเตอร์หลัก โอนถ่ายข้อมูลด้วย SATA Technology ด้วยความเร็ว 5400rpm สามารถจัดเก็บข้อมูลได้ 250G และสูงสุดถึง 500G สำหรับแอสไปร์ อีซี่ สโตร์ D110 มีขนาด 3.5” เหมาะกับการเชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ และต้องการโอนถ่ายข้อมูลที่รวดเร็วราวกับฮาร์ดดิสก์ในตัวเครื่อง ซึ่งความเร็วในการโอนถ่ายข้อมูลโดยใช้ SATA Technology อยู่ที่ 7200rpm สามารถต่อตรงกับคอมพิวเตอร์โดยใช้ USB 2.0 และสามารถเชื่อมต่อกับไฟบ้านโดยใช้อแดบเตอร์หลัก เพื่อช่วยให้การโอนถ่ายข้อมูลได้รวดเร็วและมีความเสถียรยิ่งขึ้น โดยสามารถจัดเก็บข้อมูลได้ 320G และสูงสุดถึง 1TB สนนราคาของทั้ง 2 รุ่น เริ่มต้นที่ 2,090 บาท (ราคารวม Vat แล้ว) พร้อมรับกระเป๋าฟรี (ในรุ่น P110) และประกันสินค้ากลุ่ม Aspire easyStore เป็นเวลา 3 ปี

คุณสมบัติของทั้ง 2 รุ่นนี้ เอเซอรได้ติดตั้งโปรแกรมเสริมให้กับผู้ใช้ ซึ่งจะช่วยในการประหยัดพลังงาน และจะช่วยหยุดการทำงานของอุปกรณ์ฮาร์ดไดร์ฟเมื่อไม่ได้ใช้งานต่อเนื่อง ตามเวลาที่ตั้งไว้ พร้อมกับช่วยยืดอายุการใช้งานของฮาร์ดไดร์ฟไม่ให้ทำงานโดยไม่จำเป็น และจะทำการ back up ข้อมูลให้อัตโนมัติ ตามวันเวลาที่ลูกค้าตั้งค่าไว้ หรือแม้แต่การ Auto-Sync ก็สามารถทำได้ระหว่างตัวฮาร์ดดิสก์ไดร์ฟ กับตัวคอมพิวเตอร์ ไม่ว่าจะเป็นชนิดใดก็ได้

สำหรับลูกค้าที่สนใจสามารถเลือกซื้อ Acer Aspire easyStore ได้ที่ตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ตัวแทนจำหน่ายผลิตภัณฑ์เอเซอร์ทั่วประเทศ หรือที่เอเซอร์ คอลล์ เซ็นเตอร์ ที่เบอร์โทรศัพท์ 0 2685 4311 หรือคลิกไปที่ www.acer.co.th

by: http://technology.impaqmsn.com